ความรู้ข้อที่1: คนรัสเซียไม่ได้ดื่มว้อดก้าเป็นประจำ แต่ดื่มชาแทบทุกครั้งที่นึกขึ้นได้
ความรู้ข้อที่2: ไม่มีหมีบนถนน
ตั้งแต่วันแรกที่มาเหยียบที่นี่ สิ่งแรกที่จะจดจำไปตลอดเลยคือ พนักงานตม.(ตรวจคนเข้าเมือง) ค่ะ!!!!!!!!!
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมาว่าคนรัสเซียเขาไม่ยิ้มกัน ยังไงก็อยากให้ลองเปลี่ยนแนวคิดนะคะ ยิ้มค่ะ... ยิ้มแบบกระตุกมุมปาก!!!!!! ซึ่งแบบนั้นบ้านกูไม่เรียกว่ายิ้ม!!!!
ยังไงก็ตาม พนักงานตม.นี่สงสัยไม่รู้จักคำว่ายิ้มเนาะ ก้าวเข้าไปยื่นพาสปอร์ตให้นี่ขาสั่นพั่บๆเลยค่ะ ไอ้เราก็คนไทยนะ ก็ยิ้มตลอด
นางมองหน้า..
แล้วก้มกลับลงไป (พร้อมกับทำหน้าเหมือนว่าอีนี่มันเป็นบ้าอะไรวะยิ้มหาพ่อง)
แล้วนางก็ปริ๊นท์กระดาษใบนึงมาให้เราค่ะ วางป้าบบนเคาน์เตอร์อันสูงชันจนแทบต้องเขย่ง
"ตรงนี้ (พูดเป็นภาษารัสเซีย)" ชี้ๆ
ก็เซ็นไป
"ตรงนี้ด้วย" ชี้พร้อมมองหน้า
เซ็นเสร็จ ยื่นให้ยังไม่ทันพ้นขอบเคาน์เตอร์ นางกระชาก!! กลับไปปั๊มๆค่ะ
ฆ่าฉันเลย ฆ่าฉันเลยง่ายกว่า
นั่นเป็นสิ่งประทับใจแรกที่พบในประเทศนี้ค่ะ
ส่วนสิ่งประทับใจที่สองคือ แซงคิวหนูทำไม
แล้วมันก็ผ่านมาหนึ่งเดือน....
เป็นหนึ่งเดือนที่รู้สึกว่าไม่มีอะไรเลย แต่มันมีเรื่องมากมายแทรกตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน
เราได้มาอยู่เมือง Kostroma (кострома) ค่ะ เมืองนี้จะแบ่งเป็นสองฝั่ง คั่นด้วยแม่น้ำโวลกา (волга) เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในยุโรป
โดยเมืองของเราอยู่ในรีเจี้ยนยาโรสลาฟ*
*เพราะว่าประเทศเขาใหญ่มาก (ใหญ่ไปไหน ใหญ่มากไปรึเปล่า) และแต่ละเมืองก็อยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน ก็เลยมีการจัดเป็นกลุ่ม ยกตัวอย่าง > เมืองใหญ่อย่างยาโรสลาฟ ล้อมรอบไปด้วยเมืองเล็กๆ เช่น Rybinsk, Kostroma, Danilov พวกเมืองเล็กๆเหล่านี้ก็จะถูกเรียกรวมไปกับเมืองใหญ่ใกล้ๆทีเดียวนั่นเอง
**สิ่งสำคัญอีกอย่าง แบบที่ว่าไป ประเทศมันใหญ่มาก (หาดูแผนที่ได้จากกูเกิ้ล) ทาง AFS เขาเลยจัดแบ่งเป็นโซนสีฟ้ากับโซนสีส้ม แล้วแต่ว่าเมืองเราอยู่ในโซนไหน ยกตัวอย่างสถานการณ์ง่ายๆ
สมมติเราอยู่ yaroslavl โซนสีส้ม
แล้วเพื่อนเราอยู่เมือง tolyatti โซนสีฟ้า
หมายความว่าใน 10 เดือนของชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยน เราจะเจอกันแค่วันแรกที่มารัสเซียและวันสุดท้ายก่อนกลับไทย..
เว่อร์ค่ะ จริงๆนัดกันไปเที่ยวก็ได้เจอ แค่มันจะเดินทางนานหน่อย แต่พวกค่ายฤดูใบไม้ผลิ ฤดูหนาว ฤดูยิบย่อยอะไรก็ตามงี้จะได้ไปคนละที่กัน จบ
กลับมาที่เมืองเรานี่มา
โดยเมืองของเราอยู่ในรีเจี้ยนยาโรสลาฟ*
*เพราะว่าประเทศเขาใหญ่มาก (ใหญ่ไปไหน ใหญ่มากไปรึเปล่า) และแต่ละเมืองก็อยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน ก็เลยมีการจัดเป็นกลุ่ม ยกตัวอย่าง > เมืองใหญ่อย่างยาโรสลาฟ ล้อมรอบไปด้วยเมืองเล็กๆ เช่น Rybinsk, Kostroma, Danilov พวกเมืองเล็กๆเหล่านี้ก็จะถูกเรียกรวมไปกับเมืองใหญ่ใกล้ๆทีเดียวนั่นเอง
**สิ่งสำคัญอีกอย่าง แบบที่ว่าไป ประเทศมันใหญ่มาก (หาดูแผนที่ได้จากกูเกิ้ล) ทาง AFS เขาเลยจัดแบ่งเป็นโซนสีฟ้ากับโซนสีส้ม แล้วแต่ว่าเมืองเราอยู่ในโซนไหน ยกตัวอย่างสถานการณ์ง่ายๆ
สมมติเราอยู่ yaroslavl โซนสีส้ม
แล้วเพื่อนเราอยู่เมือง tolyatti โซนสีฟ้า
หมายความว่าใน 10 เดือนของชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยน เราจะเจอกันแค่วันแรกที่มารัสเซียและวันสุดท้ายก่อนกลับไทย..
เว่อร์ค่ะ จริงๆนัดกันไปเที่ยวก็ได้เจอ แค่มันจะเดินทางนานหน่อย แต่พวกค่ายฤดูใบไม้ผลิ ฤดูหนาว ฤดูยิบย่อยอะไรก็ตามงี้จะได้ไปคนละที่กัน จบ
กลับมาที่เมืองเรานี่มา
เห็นสะพานนั่นมั้ยคะ ยาว1กิโลเมตรแน่ะ ตรงปลายสุดก็คือเมืองคอสโตรมา (หรือที่คนรัสเซียจะออกเสียงแนวๆว่าคัสตรามา) อีกฝั่งนึงนั่นเองจ่ะ
เมืองนี้เป็นเมืองใหม่สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน ซึ่งปีนี้มีแค่เรากับเพื่อนอิตาลีอีกคน นับเป็นเจเนเรชั่นแรกของเมืองเลยค่ะ 5555555555
มาเรื่องโรงเรียนกันบ้าง ปกติแล้วนักเรียนแลกเปลี่ยนจะได้เรียนในโรงเรียนรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ซึ่งเราไม่ได้เป็นส่วนใหญ่นั้นเพราะโฮสต์มัมของเพื่อนอิตาลีเป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชน (แห่งเดียว) ในเมือง และโฮสต์เราเองก็ส่งลูกๆของเขาเรียนที่นี่ด้วย
เราและเพื่อนก็เลยได้เรียนที่นี่ไปโดยปริยาย
วันนึงก็เรียน 6-7 คาบ (แต่เราไม่เคยอยู่คาบ7ค่ะ บอกมัมให้มารับสองโมงตลอด จะกลับบ้าน!!!)
แต่โรงเรียนเราเล็กมากกกกกกกค่ะ ให้ทายนักเรียนมีกี่คน หมดเวลา เฉลย 120 !!!!
เพราะเป็นเอกชนด้วยและโรงเรียนขี้เกียจรับเด็กเยอะค่ะ เขาบอกอยู่กันแค่เนี้ยสบายดี 5555555
เพราะเป็นเอกชนด้วยและโรงเรียนขี้เกียจรับเด็กเยอะค่ะ เขาบอกอยู่กันแค่เนี้ยสบายดี 5555555
เอาล่ะ
บางคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า "Culture Shock" ใช่มั้ยคะ?
แต่เราไม่ช็อคกับอะไรทั้งสิ้นค่ะ พูดไปงั้น ข้ามนะ
ก็จะมาเล่าเรื่องอาหารกันนิดๆหน่อยๆ คิดว่าอาจจะเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในการมารัสเซียได้บ้างไม่มากก็น้อยเนาะ
เพราะว่าประเทศรัสเซียมีพื้นที่ 60% อยู่ในเอเชียและ 40% ในยุโรป อาหารก็เลยไม่ยุโรปจ๋า แต่ก็ไม่เอเชียซักนิด
พิซซ่า พาสต้า สปาเก็ตตี้ก็มีกินกันเป็นปกติค่ะ ข้าวก็มีกินนะ เนื้อ ไส้กรอก ขนมปัง ชีส มีหมด ล่าสุดโฮสต์พ่อเราอยากกินไก่เทริยากิกับฟองดูชีสค่ะ นั่งเปิดไอแพดมินิละบอกแม่ เนี่ยพรุ่งนี้จะกินๆๆๆๆ แม่ต้องทำนะๆๆๆ เรานี่นั่งขำ 55555555555555
อาหารที่นี่ไม่ได้อ้วนมากค่ะ ก็แค่อยู่มาเดือนนึงขี้นสี่โล 555555555 แต่เป็นธรรมดาค่ะ โฮสต์บอกว่าช่วงก่อนหน้าหนาวเนี่ยต้องขึ้นเป็นเรื่องดี เพราะพอหิมะตกอากาศจะหนาว -30 ถึง -40 เตรียมแข็งตาย ไม่รู้ว่าหลอกให้ตายใจรึเปล่า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นก็คือว่าคนที่นี่กินอาหารมีประโยชน์ค่ะ เขาจะมีสลัดกินแกล้มตลอด สลัดเขาคือมะเขือเทศกับแตงกวา อาจจะมีสลัดแบบอื่นด้วย แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ มะเขือเทศบ้านเขาอร่อยมากกกกกกก เยี่ยมๆ คือน้ำหนักอาจจะขึ้น แต่ไม่ได้อ้วนมากค่ะ อาจจะออกแก้มไรงี้ ไม่รู้นะ แต่มันไม่ใช่อาหารที่มีพวกไขมันสะสมเยอะแยะอะ
อันนี้เป็นไก่งวงกับมันฝรั่ง บ้านเขาจะมีพวกผงอะไรไม่รู้นะคะ เอาไว้ทาๆเนื้อแล้วเข้าไปอบในตู้ สรุปว่าอร่อยค่ะ แม้ไม่รู้ว่าควรจะเรียกผงนั้นว่าอะไรดีก็ตาม ..........โอเคๆ เรียกว่าผงอร่อยแล้วกัน
และๆๆๆๆๆๆ
มีสิ่งหนึ่งที่อยากให้ลองค่ะ ถ้ามารัสเซีย รบกวนไปซื้อมากินด้วยค่ะ โคตรแตงกวา
สำหรับตอนนี้เราก็เอาไว้แค่นี้ละกันเนาะ ตอนหน้าใครอยากให้เล่าอะไร ขยายอะไรก็เมนชั่นทางทวิตเตอร์ @ffranceee หรือคอมเม้นไว้ก็ได้นะคะ
ส่วนใครที่อยากได้คำแนะนำเรื่องมาเรียนแลกเปลี่ยนก็ถามได้ตลอดนะคะ ถ้ารู้จะตอบ ไม่รู้ก็จะตอบค่ะ
ปล.ตอนนี้เรามาอยู่ได้เดือนกว่าๆ อาจจะตอบได้ไม่ลึกมาก เรื่องปัญหาอาจจะยังไม่ค่อยมีให้เล่าเท่าไหร่ค่ะ แต่เรื่องมั่วภาษานี่ถ้าถามมารับรองว่าอาจจะตอบไปหนึ่งเอสี่
สุดท้ายนี้ ขอฝากใบไม้เหลืองๆไว้ละกันค่ะ
пока!






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น